ปัตตานี มท.ภาค4 เรียกคณะประสานงานพูดคุยเพื่อสันติสุขระดับพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ วาระใหม่

ปัตตานี มท.ภาค4 เรียกคณะประสานงานพูดคุยเพื่อสันติสุขระดับพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ วาระใหม่

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันที่ 19 พย.63 เวลา 09.30 น. ที่โรงแรมปาร์ค อิน ทาวน์ อ. เมือง จ.ปัตตานี พลโทเกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เปิดประชุม การพูดคุยสันติสุขระดับพื้นที่ พร้อมกับพลตรีธิรา แดหวา ผอ.ศูนย์สันติวิธี และกรรมการ คณะทำงานด้านสันติสุข และคณะประสานงานระดับพื้นที่ (สล.3) ทั้ง 9 แผนงาน ได้เข้าร่วมกันอย่างพร้อมเพรียงกว่า 100 คนในการเปิดเวทีประชุมในครั้งนี้เพื่อรับฟังข้อสรุปผลของคณะประสานงานระดับพื้นที่ (สล.3)

กับความคืบหน้าในการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่พบปะกับกลุ่มต่างๆในพื้นที่รับฟังกับข้อเสนอคณะสันติสุข จชต.

ส่วนอีกด้านหนึ่งกับผู้อำนวยความสะดวก มาเลเซีย ได้ติดต่อประสานผ่านทางประชุมออนไลน์ โปรแกรม Zoom กับผู้อำนวยความสะดวก มาเลเซีย จากผู้เห็นต่างจากรัฐ รวมถึงข้อเรียกร้องหรือความต้องการของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นำมารวบรวมผ่านคณะทำงานสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ สื่อกลางเชื่อมต่อนำความคิดเห็น

สำหรับการเดินทางไปพูดคุยกับกลุ่ม BRN นั้น จะให้ทางคณะเทคนิค เข้าไปดำเนินการทั้งนี้ต้องรอให้ทางประเทศมาเลเซียได้เปิดประเทศ ให้พ้นจากห้วงโควิดไปก่อนในช่วงปีหน้านี้ ทั้งนี้ข้อเสนอ และข้อเรียกร้องทั้งหมดของทุกฝ่าย จะนำไปเสนอกลับมาสู่คณะทำงานจนไปถึงการปฏิบัติ การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป

พลโทเกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ให้สัมภาษณ์ว่า บรรยากาศการประชุมในวันนี้มีความหลากหลายของข้อเสนอของผู้เข้าร่วมประชุมมากมาย ทั้งเรื่องเศรษฐกิจสังคม โดยเฉพาะในเรื่องของยาเสพติดซึ่งเป็นนโยบายที่สำคัญ เรื่องในของความรุนแรงในพื้นที่ และการสร้างความสัมพันธ์ให้เกิดความรักความกลมเกลียวของพี่น้อง และการพัฒนาพี่น้องให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในเรื่องของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงโควิด

ในส่วนของเรื่องที่ตัวแทนสหประชาชาติเข้ามารับฟังความคิดเห็นซึ่งเป็นผู้แทนในส่วนของอาชญกรรมข้ามชาติ ท่านก็มารับฟังในส่วนของเรื่องยาเสพติดที่เกิดขึ้นอยู่พื้นที่ชายแดนใต้ ซึ่งเราถือว่าเป็นนโยบายที่สำคัญต่อพี่น้องประชาชน ได้อธิบายถึงการบำบัด รักษาฟื้นฟู พัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ที่ติดยาเสพติด รวมไปถึงเรื่องของการปราบปรามการค้ารายย่อยและรายใหญ่

ซึ่งในเขตพื้นที่ชายแดนเป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือลงไปสู่ประเทศที่ 3 และในห้วงที่ผ่านมาก็ได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาคต่างๆ ก็มีสถิตจากจับกุมมากมาย

สิ่งที่สำคัญที่ผู้แทนสหประชาชาติท่านสอบถามในเรื่องข้อจำกัดประเด็นเรื่องยาเสพติดของกระบวนการค้ารายใหญ่ ได้เรียนข้อมูลไปว่าในการประสานงานภายในประเทศ

ในการติดตามการเคลื่อนย้ายยาเสพติด เราได้ดำเนินการอยู่แล้ว นำมาเรื่องการจับกุมมากมาย แต่เรื่องการค้ารายใหญ่กับประเทศที่ 3 ยังมีข้อจำกัดอยู่ หากทางเราได้แชร์ข้อมูลกัยทางสหประชาชาติก็คิดว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพการจับกุมมากกว่านี้ซึ่งได้รับคำตอบว่าเราจะได้ร่วมมือกับสหประชาชาติ (UN ODC) ต่อไป

 

ปาเรซ/ปัตตานี

Related posts