“ทวี สอดส่อง” ส.ส.ประชาชาติ เยี่ยม 2 แกนนำคณะราษฎร ถูกคุมตัวไป ตชด.ภาค 1 หลังชุมนุมเรียกร้องให้ประยุทธ์ลาออก แนะต้องใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม หากจะจับกุมผู้ชุมนุม ต้องจับกุมทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งฝ่ายคณะราษฎร และฝ่ายเสื้อเหลือง

“ทวี สอดส่อง” ส.ส.ประชาชาติ เยี่ยม 2 แกนนำคณะราษฎร ถูกคุมตัวไป ตชด.ภาค 1 หลังชุมนุมเรียกร้องให้ประยุทธ์ลาออก แนะต้องใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม หากจะจับกุมผู้ชุมนุม ต้องจับกุมทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งฝ่ายคณะราษฎร และฝ่ายเสื้อเหลือง

 


22 ต.ค.63 เวลา 00.30 น. พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคประชาชาติ พร้อมนางสาวเบญจา แสงจันทร์ ส.ส.พรรคก้าวไกล ได้เดินทางมาที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 1 อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ได้เข้าไปเยี่ยมนางสาวภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ และนางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว แกนนำกลุ่มคณะราษฎร หลังถูกตำรวจควบคุมตัวหลังเสร็จสิ้นการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎรที่ได้ชุมนุมตั้งแต่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเคลื่อนไปยังบริเวณทำเนียบรัฐบาล

โดย ส.ส.ทั้งสองท่านได้เข้าไปเยี่ยมภายในกองบังคับการ ซึ่งห้ามบุคคลภายนอกเยี่ยม แต่อนุญาตให้ ส.ส.และทนายความเข้าเยี่ยมได้ โดยได้ซื้ออาหารเข้าไปฝาก และได้ออกมาจากกองบังคับการในเวลา 02.30 น. โดยมีกลุ่มเพื่อนนักศึกษานั่งรอฟังข่าวอยู่ที่เตนท์ด้านหน้า


พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กล่าวว่า การชุมนุมในวันนี้เป็นการชุมนุมที่สงบเรียบร้อยที่สุด ตามสิทธิเสรีภาพ หลังชุมนุมกันเสร็จจะช่วยกันเก็บขยะทำความสะอาดถนนบริเวณที่มีการชุมนุม ผู้ชุมนุมมีความรับผิดชอบซึ่งถือว่าเป็นความสวยงามมาก ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดูแลเป็นไปด้วยความเรียบร้อยแต่สิ่งที่ปรากฏหลังจากการชุมนุมคือรัฐบาลโดย พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ให้อำนาจนายกรัฐมนตรี ได้เลือกใช้วิธีจับกุมแกนนำในเวลากลางคืน ซึ่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินนี้ออกโดยไม่ชอบด้วยกฏหมายและขัดต่อรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่าการชุมนุมของประชาชนที่ไม่พอใจการบริหารราชการของรัฐบาลถือว่าเป็นการชุมนุมโดยถูกกฎหมาย

 

โดยได้เรียกร้องให้ลาออก หรือยุบสภา หรือแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นไปตามวิธีการตามรัฐธรรมนูญ แต่การที่นายกรัฐมนตรีใช้ช่องทางเจ้าหน้าที่รัฐใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเข้าไปจับกุมนั้น ถือว่านายกรัฐมนตรีทำผิดกฏหมายอาญา ซึ่งควรจะมีการฟ้องร้องดำเนินคดีทางอาญาด้วย แม้จะอ้างว่าไปขอหมายศาล แต่รัฐธรรมนูญฉบับช่วงหลังมานี้เขียนว่ารัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่รัฐหรือศาลหรือองค์กรอิสระหรือรัฐสภาต้องปฏิบัติตามหลักนิติธรรม หมายถึงบุคคลทุกคนต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน หากคนจำนวนหมื่นคนหรือแสนคนมาชุมนุม ทุกคนก็จะต้องได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญอย่างเท่าเทียมกัน และหากจะดำเนินคดีก็มีกลุ่มผู้ชุมนุมอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยรวมตัวชุมนุม ถือเป็นการกระทำผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินเช่นกัน หากจะถูกจับกุมก็ต้องถูกจับกุมเหมือนกัน แต่รัฐบาลเลือกจะจับกุมแกนนำเครื่องจะกดไม่ให้ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยจึงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เพราะการเลือกปฏิบัติจะนำไปสู่ความขัดแย้ง

 


พันตำรวจเอก ทวี กล่าวอีกว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังจะใช้ช่องทางรัฐสภา ซึ่งปัญหาไม่ได้อยู่ที่รัฐสภา แต่อยู่ที่การบริหารของพลเอกประยุทธ์ คือเข้ามาเพื่อทำลายล้างประชาชนกลุ่มหนึ่งที่ต้องให้มีความคิดเหมือนตน หรือต้องให้อยู่ใต้อำนาจ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง และการบริหารมักจะส่งเสริมสนับสนุนทุนนิยม ไม่ดูแลประชาชน ประชาชนจึงออกมาลุกขึ้นสู้รัฐบาล เช่นการจับกุมตัวในเวลากลางคืน แล้วนำมาควบคุมตัวในที่ที่ห่างไกล จากจุดจับกุมกว่าร้อยกิโลเมตร เป็นการกระทำที่กดประชาชน จึงขอเรียกร้องว่าความยุติธรรมต้องนำการเมือง จึงขอเรียนไปยังผู้บังคับใช้กฎหมายว่า ให้บังคับใช้กฎหมายตามหลักนิติธรรม โดยต้องรู้ศักดิ์ของกฎหมาย การยึดคำสั่งของพลเอกประยุทธ์สูงสุดกว่ารัฐธรรมนูญ จะทำให้พลเอกประยุทธ์เป็นรัฐธรรมนูญเสียเอง เรื่องนี้น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

 

_______________________
มูฮัมหมัดรุสดี เชคฮารูณ
รองโฆษกพรรคประชาชาติ
22 ต.ค.63

Related posts