กิจกรรมอาซูรอสัมพันธ์กลุ่มเพื่อน สส.บีลาอำเภอสุไหงปาดี

กิจกรรมอาซูรอสัมพันธ์กลุ่มเพื่อน สส.บีลาอำเภอสุไหงปาดี

 


ณ.สำนักงานบริษัทก่อสร้างนายวิกรม ธณสมบัติมงคล ตำบลปะลุรู อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส นายสัมพันธ์ มะยูโซะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร จังหวัดนราธิวาส เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ เดินทางมาร่วมกิจกรรมกวนขนมอาซูรอสัมพันธ์ กลุ่มเพื่อน สส.บีลา ทีชาวสุไหงปาดีจัดขึ้นโดยมีนายวิกรม ธณสมบัติมงคล ประธานสภาเทศบาลตำบลปะลุรู ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา กลุ่มสตรึ ประชานและนักเรียนให้การต้อนรับ
ประเพณีการกวนขนมอาซูรอเป็นประเพณีที่สำคัญของชาวมุสลิมิที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นเวลายาวนานนับพันปี ตามความเชื่อของชาวมุสลิม ประเพณีการกวนอาซูรอ เป็นการรำลึกถึงความยากลำบากของศาสดานุ นบีนูว์ โดยเชื่อว่าในสมัยของท่านมีเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ น้ำท่วมโลกเป็นระยะเวลานาน ศาสดานุ นบีนูว์ ซึ่งล่องลอยเรืออยู่เป็นเวลานาน ทำให้อาหารที่ตระเตรียมไว้ร่อยหรอลง

จึงได้นำส่วนที่พอจะมีเหลืออยู่เอามารวมแล้วกวนกินกัน จึงกลายเป็นตำนานที่มาของขนมอาซูรอ และกำหนดไว้ในหลักศาสนาให้เป็นประเพณีที่ต้องปฏิบัติ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ทุกคนรักและสามัคคีกัน ในปัจจุบันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ยังมีการจัดเป็นงานประเพณีกวนขนมอาซูรอขึ้นในชุมชนเป็นประจำทุกปี ในชื่อว่า “งานอาซูรอสัมพันธ์” คำว่า อาซูรอ คือคำในภาษาอาหรับ แปลว่า การผสม ในที่นี้หมายถึงการนำของที่รับประทานได้ทั้งของคาวของหวานจำนวน 10 อย่าง มากวนรวมกัน อีกทั้งยังหมายถึง วันที่ 10 ของเดือนมุฮัรรอม ซึ่งเป็นเดือนแรกของฮิจเราะห์ศักราชตามปฏิทินศาสนาอิสลาม เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาปีใหม่ของชาวมุสลิม โดยประเพณีอาซูรอสัมพันธ์จะจัดขึ้นในเวลานี้ ในทุกๆ หมู่บ้าน ชาวบ้านจะรวมตัวกันกวนขนมอาซูรอ และมีกิจกรรมต่อเนื่องทั้งเดือน ร่วมไม้ ร่วมมือ ร่วมใจ ประเพณีการกวนขนมอาซูรอ จึงเป็นประเพณีที่มีความสำคัญ เป็นการนำวัฒนธรรมที่ดีงามมาจัดเป็นกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ขึ้นในชุมชน เกิดความร่วมมือทั้งในหมู่พี่น้องประชาชนและหน่วยงานในท้องถิ่น เมื่อถึงเดือนมูฮัรรอม ชาวมุสลิมในพื้นที่ต่างๆ จะมีการหารือกันเพื่อจัดกิจกรรมนี้ขึ้น โดยมีเจ้าภาพจัดขึ้นตามบ้านบ้าง ตามมัสยิดหรือปอเนาะบ้าง

เมื่อถึงวัน ชาวบ้านจะนำวัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเผือก มัน ฟักทอง กล้วย ข้าวสาร ถั่ว เครื่องปรุง ข่า ตะไคร้ หอมกระเทียม เมล็ดผักชี ยี่หร่า เกลือ น้ำตาล กะทิ โดยชาวบ้านจะเตรียมทำให้วัตถุดิบแต่ละอย่างโดยหั่นให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย บางอย่างทำให้สุกมาก่อน เพื่อที่พอมากวนแล้วจะได้เสร็จเร็วขึ้น การกวนจะใช้กระทะเหล็กขนาดใหญ่ ตัดไม้ไผ่มาทำเป็นไม้พาย ตั้งบนเตาฟืนที่ช่วยกันหาผืนเตรียมไว้ให้ หลังจากตั้งกะทะบนเตา คั้นน้ำกะทิใส่ลงไป ตำหรือบดเครื่องแกงหยาบ ๆ ใส่ลงในน้ำกะทิ เมื่อกะทิเดือดใส่อาหารดิบต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้ว คนด้วยไม้พายจนกระทั่งทุกอย่างเปื่อยยุ่ย กวนต่อไปจนเป็นเนื้อเดียวกัน เมื่อแห้งได้ที่แล้วตักใส่ถาด โรยหน้าด้วยไข่เจียวหั่นบาง ๆ หรืออาจโรยหน้ากุ้ง เนื้อวัวหรือเนื้อปลาเคี่ยวเปื่อย ผักชี หอมหั่นฝอย ประดับด้วยดอกไม้สวยงาม แล้วตัดเป็นชิ้นๆ แจกจ่ายกันรับประทาน

ในการกวนขนมอาซูรอ สิ่งที่จำเป็นคือความรักสามัคคี ของคนในชุมชน การกวนจะใช้คนจำนวนมากเนื่องจากกระทะใหญ่ กระทะหนึ่งจะมีคนถือไม้พายช่วยกันกวน 2-3 คนผลัดเปลี่ยนกันรอบละประมาณ 20 นาที โดยต้องกวนหมุนวนไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ชนกัน ใช้เวลายาวนานเกือบ 6-7 ชั่วโมง โดยต้องกวนตลอดเวลา ทนกับความร้อนและควันไฟจากเตาฟืน ยิ่งนานขนมยิ่งข้น น้ำหนักการกวนยิ่งมากขึ้น ต้องระวังไม่ให้ขนมไหม้ จนกระทั่งสุกแห้ง มีรสชาติกลมกล่อมอร่อย คนที่ไม่ได้กวนก็ดูแลบริการน้ำ อาหาร จัดเวรผลัดเปลี่ยนกันกวน เมื่อเสร็จการกวนก็จะทำพิธีทางศาสนาและรับประทานร่วมกัน และมีการแบ่งขนมให้แก่ผู้ร่วมกวน รวมทั้งแจกจ่ายให้เพื่อนบ้านโดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติศาสนา เป็นวิถีทางของชุมชนพหุวัฒนธรรม ประเพณีไม่แบ่งแยกศาสนิก ประเพณีการกวนอาซูรอแม้ว่าจะเป็นประเพณีของชาวมุสลิม แต่มิได้เป็นหลักศาสนาที่กำหนดไว้แต่เฉพาะชาวมุสลิมเท่านั้น การกวนขนมไม่ได้จำกัดแค่ชาวมุสลิม ประชาชนไม่ว่าศาสนาใดก็สามารถมาร่วมกวนขนมได้ ภาพที่เกิดขึ้นในชุมชนก็คือชาวพุทธและมุสลิมต่างให้ความร่วมมือกัน เป็นการให้เกียรติซึ่งกันและกัน จึงสร้างความสัมพันธ์ในชุมชนได้เป็นอย่างดี ในหมู่ประชาชนตั้งแต่เด็ก ผู้ใหญ่จนถึงผู้สูงอายุ ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน เด็กๆ ในชุมชนก็ได้รับการสืบทอดผ่านการร่วมงานประเพณี ซึมซับตั้งแต่เด็กจนโตเช่นนี้ทุกปี

ข่าว แมะอานิง สะอะ จ.นราธิวาส

 

Related posts