นิพนธ์ฯ ‘ลุยกำชับ’​ แผนรับมืออุทกภัย ที่ จ.สกลนคร เน้นย้ำ บูรณาการร่วมหน่วยงานภาคี เพื่อรักษาชีวิตผู้ประสบภัยไว้เป็นสำคัญ ‘ระบุ’ ให้ถอดบทเรียน พายุโพดุล เป็นกรณีศึกษา

นิพนธ์ฯ ‘ลุยกำชับ’​ แผนรับมืออุทกภัย ที่ จ.สกลนคร เน้นย้ำ บูรณาการร่วมหน่วยงานภาคี เพื่อรักษาชีวิตผู้ประสบภัยไว้เป็นสำคัญ ‘ระบุ’ ให้ถอดบทเรียน พายุโพดุล เป็นกรณีศึกษา

 

เมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ (31 ก.ค.63) ที่พิพิธภัณฑ์ภูพาน อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ลงพื้นที่มอบนโยบายการเตรียมความพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยแบบบูรณาการ โดยมีนายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 7 สกลนคร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสกลนคร มุกดาหาร นครพนม หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงาน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทหาร ตำรวจ จิตอาสา อปพร. ให้การต้อนรับและรับมอบนโยบายเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ

นายนิพนธ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ของโลกและในประเทศ เห็นได้ว่าประชาชนต่างมีความเสี่ยงที่จะประสบสาธารณภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยจากธรรมชาติ ภัยจากการคมนาคม ซึ่งมีผลต่อการพัฒนาประเทศและการใช้ทรัพยากรของประเทศในการเยียวยาฟื้นฟูในระยะยาว ดังนั้น กลไกการพัฒนาประเทศให้เกิดความยั่งยืนต้องมีการปรับตัวให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์โดยการใช้ชีวิตแบบความปกติใหม่ (New Normal) และจากปัญหาอุกทกภัยที่ผ่านมา ทั้งนี้เราได้มีบทเรียนหลายครั้งโดยเฉพาะในปี 2560 เกิดอุทกภัยในเขตเทศบาลนครสกลนครและพื้นที่อำเภอรอบนอก และปีที่ผ่านมาอิทธิพลของพายุโซนร้อน “โพนดุล” และ “คาจิกิ” ส่งผลต่อภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่

จังหวัดอุบลราชธานี ยโสธร ศรีสะเกษ และ จังหวัดร้อยเอ็ด การจัดตั้งกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารภัยแห่งชาติ (ส่วนหน้า) ณ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารภัย เขต 13 อุบลราชธานีเพื่อบูรณาการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุกทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2563 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีความพร้อมทั้งเครื่องจักรกลสาธารณภัย เครื่องมือแบบบูรณาการ และฝึกกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (ส่วนหน้า) ให้ทุกส่วนราชการ หน่วยงานได้เตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างทันท่วงที

“ ขอให้ทุกภาคส่วนและทุกระดับเป็นส่วนร่วมในการลดความเสี่ยงจากสาธารณภัย ทั้งการแจ้งเตือนจะต้องมีการแจ้งเตือนภัยอย่างครบวงจรไปถึงพี่น้องประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมทำ ร่วมแก้ไขปัญหา เสริมสร้างความเข้มแข็ง ภูมิคุ้มกันแก่ชุมชน สังคม การเพิ่มประสิทธิภาพการฟื้นฟูอย่างยั่งยืน เตรียมความพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัย เครื่องมือและบุคลากร การวางแผน บูรณาการในการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้เกิดประสิทธิภาพ พร้อมในการจะบริหารจัดการสาธารณภัย พี่น้องประชาชนจะมีความมั่นใจในความมั่นคง ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จากการแสดงความพร้อมของทุกภาคส่วน” นายนิพนธ์กล่าว

////

Related posts